2006/Oct/01



อัพบล็อกรับวันใหม่และเดือนใหม่

เวลามันเดินผ่านไปเร็วมาก..ว่าไหม?
เผลอแป๊บๆ ก็ขึ้นเดือนใหม่ซ่ะแล้ว..
เดือนใหม่แล้วมันก็น่าจะมีอะไรใหม่ๆ บ้างว่าม่ะ?
จะเอาอะไรใหม่ๆ อ่ะ??
คงจะทำพฤติกรรมให้ดีขึ้น..
ก็ซื้อ Seoul Street เล่มใหม่มา..
ก็ตั้งใจอ่านด้วยความรวดเร็ว..
พอถึงคอลัมน์ Cover Story
ยิ่งตั้งใจอ่านใหญ่เลย ^^"
อ่านบทสัมภาษณ์ของแต่ละคนจบแล้ว
รู้สึกอุ่นๆ อยู่ในใจอย่างบอกไม่ถูก..
มันทำให้เรามีแรงฮึดอย่างน่าแปลก..



ประเดิมคนแรกที่พี่ใหญ่ของวง
จริงๆ แล้วแจจุงเป็นคนขี้อาย..
(แต่เรามักจะเห็นเค้าเก็กหน้าเคร่งตลอดเลย..)
แจจุงมีพี่สาว 8 คน ..คนโตอายุ 40 ปี
ส่วนแจจุงเป็นน้องคนสุดท้อง
ในใจของเค้าต้องการที่จะได้ใกล้ชิดกะพ่อและแม่
เมื่อออดิชั่นผ่านแล้ว..ก็ต้องเป็นนักร้องฝึกหัด
และสิ่งที่แย่กว่านั้นคือต้องมาอยู่คนเดียวในโซล
และด้วยนึกที่ดี..ไม่อยากจะรบกวนทางบ้าน
แจจุงก็ต้องซ้อมร้องเพลงไปด้วย หางานพิเศษทำไปด้วย
บางทีก็ทำงานจนไม่ได้ซ้อมร้องเพลง
ในที่สุด..สิ่งที่เค้าใฝ่ฝันก็เป็นจริง..
ดีใจด้วยนะ ^^
ผู้ใหญ่ที่แจจุงอยากเป็นนั้น..
มันก็คล้ายๆ กะเรา..
เราแค่อยากให้ใครยอมรับและสามารถวางใจเราได้
ด้วยเหตุนึง..เราอาจจะเด็กไป..
บางทีความคิดความอ่านก็ยังเป็นเด็กๆ อยู่
ทำยังไงก็ไม่ดูเหมือนโตขึ้นซักที..
ชอบมีแต่คนบอกว่า..
ขอให้โตเร็วๆ นะ..
แต่ทำยังไงก็ยังไม่โตขึ้นซักที ==



ต่อมาก็เป็นของชางมิน..
ชางมินเป็นคนที่จริงจังใช่ม่ะ??
ชางมินเป็นลูกคนโตของบ้าน..
มีน้องสาว 2 คน (คิดว่าคงน่ารัก ^///^)
ก่อนที่ชางมินจะเป็นอยู่ทุกวันนี้..
เค้าต้องคอยทนกับแรงกดดันจากทางบ้านและจากตัวเอง
ที่บ้าน..เพราะพ่อของชางมินเป็นคุณครูสอวิชาภาษาเกาหลี..
นอกจากนั้นยังเข้มงวดมากๆ อีกด้วย
(เหมือนๆ แม่เราเลย..แม่เราสอนภาษาไทยและเข้มงวดมากๆ)
ชางมินต้องตั้งใจเรียน..ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย
และที่สำคัญ..เค้าต้องเป็นนักร้องฝึกหัดที่ดีด้วย
ถ้าหากว่าเกรดของเค้าตก..พ่อก็จะไม่ให้ทำงานที่เค้ารักต่อไป
ฉะนั้นชางมินต้องพยายามอย่างมาก
ในการที่จะทำทั้ง 3 สิ่งให้ดีที่สุด
ชางมินต้องทำถึง 3 อย่าง..
เอาแค่เราทำแค่ 2 อย่างยังว่าเหนื่อยเลย..
ชางมินเค้าอดทนและพยายามมากๆ
กว่าจะทำให้พ่อเชื่อใจและประสบความสำเร็จทั้งสองอย่าง



คนต่อมา..ก็เซียะจุนซู
จุนซูเป็นคนที่รักและผูกพันธ์กับครอบครัวมาก
ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายและแม่ที่เข้าใจเค้า
ก่อนที่จุนซูจะเดินไปถึงจุดสูงสุดของความฝันได้
เค้าต้องเจอกับอุปสรรค์หลายๆ อย่าง..
และที่ร้ายแรงที่สุดก็คงเป็นร่างกายของตัวเค้าเอง
ปกติแล้ว..เด็กผู้ชายจะเสียงแตกประมาณ 2 3 เดือน
แต่ของจุนซูเค้ากลับเสียงแตกอยู่ประมาณ 2 ปีครึ่ง
(นึกถึงเฮียอ่ะ..แบบตอนนั้นที่เฮีบเริ่มเสียงแตก..
แล้วชอบกรี๊ดกลบเกลื่อนแล้วบอกว่า เสียงชั้นไม่แตกแล้ว)
อุปสรรค์ที่ตามมาคือ..
เค้าไม่สามารถจะเดบิวต์ร่วมกะอึนฮยอกเพื่อนรักที่ฟอร์มวงมาตั้งแต่แรกได้..
แต่สุดท้าย..พกวเค้าทั้งสองก็ได้ทำตามความฝันเหมือนกัน..
ภายใต้ร่มเงา SM TOWN เหมือนกัน..
ต่างกันก็แค่..คนละวงทั้นแหละ ^^



คนต่อมา..คือ ชองยุนโฮ
ยุนโฮเป็นพี่คนโต..มีน้องสาว 1 คน
ยุนโฮเป็นคนที่เข้มแข็งและอดทน..
เค้าจึงมีลักษณะที่เหมาะกะการเป็นผู้นำ
ตั้งแต่ป.1 เค้าก็เป็นหัวหน้าห้องตลอด
ยุนโฮเริ่มร้องเพลงตอน ป.3 และเริ่มเต้นตอน ป.4
ที่เค้าเต้นเพียงเพราะเค้าอยากเอาชนะเพื่อนคนนึง..
ตอนเด็กๆ ยุนโฮฝันอยากเป็นอัยการ
เค้าก็เลยเรียนเทควันโดและศิลปะป้องกันตัวอื่นๆ
เพราะคิดว่าอัยการต้องป้องกันตัวเองไว้ได้ด้วย
(ถ้าป่านนี้ยุนโฮไม่มาเป็นนักร้อง..
เกาหลีคงมีอัยการที่หล่อที่สุดในประเทศแล้วมั้ง? 5555+)
ต่อๆๆ เค้ารักการเต้นมาก..แต่ด้วยพ่อของเค้าที่เข้มงวด
จึงสั่งว่า..ถ้าหากไม่เรียนก็ไม่ต้องเต้น
เค้าจึงต้องตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้เต้นในสิ่งที่เค้ารัก
แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่แท้จริง..พ่อจึงอนุญาตให้เค้าทำในสิ่งที่รัก
เมื่อออดิชั้นผ่านแล้ว..เค้าก็ต้องมาอยู่คนเดียวที่โซล
ยุนโฮทำงานพิเศษ, เรียนและฝึกร้องเพลงไปด้วย
ช่วงนั้นเค้าค่อนข้างลำบากทีเดียว..
บางทีไม่มีเวลาก็ต้องแวะกินข้าวที่บ้านแจจุงหรือไม่ก็จุนซู
เรียกได้ว่า..ยุนโฮเองก็มีความอดทนและพยายามมากๆ เลย..



คนสุดท้ายแล้ว..ยูชอล
ยูชอลมีน้องชายคนนึงห่างกัน 5 ปี..และสนิทกันมากๆ ด้วย
ยูชอลเริ่มเรียนเทควันโดตั้งแต่ ป.1 6
และก็เริ่มเล่นบาสตั้งแต่ตอน ป.3
ยูชอลเป็นเด็กร่าเริงและมีเพื่อนๆ เยอะ..
แต่แล้ว..ก็มีเหตูการณ์ที่ทำให้เค้าต้องจากเพื่อนๆ ที่รักไป
เพราะเค้าต้องย้ายตามพ่อไปที่อเมริกา
เค้าจึงกลายเป็นคนที่เงียบและไม่กล้าออกไปไหน
ตอนไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน...
ไม่ว่าจะนานแค่ไหนเค้าก็ปรับตัวไม่ได้ซักที
เพราะว่าเค้าไม่ยอมพูดกะเพื่อนใหม่ๆ
และสิ่งที่ทำให้เค้าชนะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ก็คือบาสเกตบอล
บาสฯ ทำให้เค้าได้เพื่อนใหม่ๆ เยอะแยะ
พ่อแม่ของยูชอลทำงานหนัก..เลยไม่ค่อยมีเวลาให้
ยูชอลจึงต้องอยู่กับน้องสองคน
เค้าจมอยู่กับความรู้ที่เหงา..
และช่วงวัยรุ่นที่กำลังเปลี่ยนแปลง
ยูชอลรู้สึกทรมานมากกับการที่ไม่มีใครสามารถรับรู้ใจเค้าได้
แต่สุดท้าย..เค้าก็ผ่านอุปสรรค์นั้นมาได้..
ในที่สุดเค้าก็ออดิชั่นผ่านมาได้ในช่วงไฮสคูล
และต้องกลับมาที่เกาหลีคนเดียว
ในทงบังฯ 5 คนเค้าดูเหมือนกับแจจุงมากที่สุด
เพราะถึงแม้เวลาปกติจะดูว่าพวกเค้าไม่มีอะไร
แต่เมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว..แววตาทั้งสองคนจะดูเหงาและเศร้ามาก
ถึงแม้ว่าพวกเค้าจะเศร้าและเหงาเพียงใด..
ก็ได้รับการเติมเต็มจากแฟนๆ อยู่เสมอ..
จากแววตากที่เศร้าเหงากลายเป็นแววตาที่อบอุ่นขึ้น..



กว่าจะเป็นทงบังชินกิได้..ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่ละคนก็มีอุปสรรค์ของตัวเองที่ต้องฝ่าฟัน
เราเข้าใจความเหงา..ความอยากได้รับไออุ่นจากพ่อแม่..
ทั้งๆ ที่อยู่ด้วยกัน..แต่เจอหน้ากันจริงๆ ไม่ถึง 5 ช.ม. ในแต่ละวัน
การที่มีแม่ที่ค่อนข้างเข้มงวดในการดำเนินชีวิต
ถ้าถามเราจริงๆ..เราชอบร้องเพลงไหม??
เราชอบ..ชอบมากๆ ด้วย
ชอบเต้นไหม??
ชอบมากและชอบมานานแล้วด้วย..
แต่เราเลือกทางเดินของเราแล้ว..
เราคงไม่มีโชคที่ดีๆ แบบนี้..
อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้ไขว่ขว้างเอามั้ง??
ถึงแม้ว่าเรารักที่จะร้องเพลง..รักที่จะฟังเพลง..และรักที่จะเต้น
เราก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปเป็นแบบพวกเค้าซ่ะหน่อย..จริงม่ะ?
เราเลือกที่จะเดินอยู่บนทางสายนี้
ทั้งๆ ที่เราอยากที่จะเรียนสายภาษา..
เราอยากจะไปเรียนต่อต่างประเทศ..
เราอยากจะเก่งด้านใดด้านหนึ่งไปเลย..
แต่ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างและโชคด้วยที่ไม่เข้าข้างเรา
เราไม่ได้ว่าตัวเองจะเป็นคนที่โชคร้ายอะไรมากมาย..
แต่แค่บางอย่างที่เราเคยหวังและใฝ่ฝันไว้..
มันกลับไม่เป็นอย่างที่เราคิดอย่างที่เราหวัง..
เราก็ไม่รู้จะทำยังไง?? ก็ได้แต่มานั่งสมเพชตัวเองแบบนี้
เราไม่กล้าที่จะบอกความฝันกับพ่อแม่หรือใครๆ
เห็นใครได้ดีเราก็ดีใจด้วย..ด้วยความจริงใจ

ต่อไปนี้เราจะกำหนดแล้ว..ว่าเราจะทำอะไรบ้าง..
เราจะไม่แคร์ในความน่าสมเพชของตัวเอง..
เราหวังแค่ว่า..สิ่งที่เรากำหนดไปนั้นจะได้การยอมรับจากทุกๆ คน
ต่อไปนี้เราจะอดทนและเข้มแข็ง
เราจะพยายามและตั้งใจจริงในทุกๆ อย่าง
เราจะข้ามอุปสรรค์..ไม่ว่าจะมากจาตัวเราเองหรือรอบกาย
เราจะแปรเปลี่ยนความเหงาและความเศร้าให้อบอุ่น
เราจะทำเพื่อตัวเองให้มากๆ ขึ้น
เรามันก็แค่เด็กหญิงธรรมดา..
ไม่มีอะไรดี..ไม่มีอะไรเด่น..
ทำอะไรก็ไม่เคยได้รับการยอมรับ..
ไม่เคยเป็นที่พึ่งของใครได้..
วันๆ ทำแต่จะให้วุ่นวายซ่ะเปล่าๆ
แต่ต่อจากนี้เราจะเป็นพยายามปรับเปลี่ยนหลายๆ อย่าง
รอดูแล้วกันว่ามันจะเป็นจริงได้ไหม? หึหึ

หากเราเอาประสบกาณ์จากคนอื่นมาพัฒนาให้แก่ตัวเองแล้ว..
เราจะได้เรียนรู้อะไรๆ อีกเยอะ..
เช่น..ทงบังฯ ถ้าหากว่าไม่มีอุปสรรค์..
ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้หรอกว่า
เราจะต่อสู้และจัดการกับมันได้ไหม?
ตอนนี้รักและชื่นชมทงบังฯ ขึ้นอีกเยอะเลย..
ที่ลงๆ ไปของแต่ละคนขอให้เครดิตกะ
Seoul Street เล่มล่าสุดด้วยนะ~
ขอบคุณที่ทำให้ได้รู้จักทงบังฯ ขึ้นอีกเยอะ..

เฮ้อ~ในที่สุดก็ได้พูดเรื่องราวของหนุ่มๆ ทงบังฯ อย่างเต็มอิ่มไปเลย
ใครเคยอ่านแล้วก็ขออภัย..
แต่คนคนนี้ประทับใจจริงกับหนุ่มๆ จริงๆ
วันนี้ไม่ขอรับคอมเม้นต์นะ..
เปิดรับไปก็เสียความรู้สึกไปป่าวๆ
อยากจะออกจากวังวนของผิดหวังจัง T^T
ใครเข้ามาอ่านก็ขอบคุณ..ถ้าไม่มีใครก็ไม่เป็นไร
ชินแล้วล่ะ..="=




BGM :: TVfXQ - I Believe


posted by :: xiaoshangmin =w=


KAPONGPANG ^^''
View full profile